บุตรที่บิดาจดทะเบียนว่าเป็นบุตร กับ บุตรนอกกฎหมายที่บิดารับรองแล้ว
บุตรที่บิดาจดทะเบียนว่าเป็นบุตร กับ บุตรนอกกฎหมายที่บิดารับรองแล้ว
โดย อ.สิททิกรณ์ ศิริจังสกุล
จากประสบการณ์ที่ผมเคยสอนวิชากฎหมายครอบครัว มรดก และ ละเมิด นักศึกษามักจะมีความสับสนระหว่าง “บุตรที่บิดาจดทะเบียนว่าเป็นบุตร” ตามป.พ.พ. มาตรา 1547 กับ“บุตรนอกกฎหมายที่บิดาได้รับรองแล้ว” ตามป.พ.พ. มาตรา 1627 อยู่เสมอ ทำให้นักศึกษาวินิจฉัยข้อกฎหมายผิดไป ทั้งๆที่เป็นบุตรคนละประเภทและมีความแตกต่างกันอยู่หลายประการ ทั้งความหมาย วิธีการรับรอง สถานะทางกฎหมาย และสิทธิหน้าที่ตามกฎหมาย ซึ่งมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
1. ความหมาย
- บุตรที่บิดาจดทะเบียนว่าเป็นบุตร หมายถึง บุตรที่เกิดจากบิดามารดาที่มิได้จดทะเบียนสมรสกัน แต่ต่อมาภายหลังบิดาได้แสดงความรับผิดชอบด้วยการจดทะเบียนรับรองว่าเป็นบุตร ณ สำนักงานเขต หรือที่ว่าการอำเภอ
- บุตรนอกกฎหมายที่บิดารับรองแล้ว ก็หมายถึง บุตรที่เกิดจากบิดามารดาที่มิได้จดทะเบียนสมรสกันเช่นเดียวกัน แต่แตกต่างกันตรงที่ บิดามีพฤติการณ์ (การกระทำ) อย่างใดๆที่เป็นการยอมรับว่าเด็กคนนี้เป็นบุตรของตน แต่มิได้จดทะเบียนรับรองบุตร
2.วิธีการรับรอง
- บุตรที่บิดาจดทะเบียนว่าเป็นบุตร สามารถรับรองได้เพียงวิธีเดียวคือ การจดทะเบียนรับรองบุตร ณ สำนักงานเขต หรือ ที่ว่าการอำเภอ แล้วแต่กรณี (มักนิยมเรียกว่า “บุตรที่บิดาจดทะเบียนรับรองบุตร”)
- บุตรนอกกฎหมายที่บิดาได้รับรองแล้ว จะเป็นการรับรองโดยพฤติการณ์ซึ่งจะเป็นการกระทำอย่างใดๆก็ได้อันทำให้เข้าใจได้ว่าชายผู้เป็นบิดายอมรับว่าเด็กเป็นบุตรของตน เช่น การพามารดาไปฝากครรภ์ การแจ้งเกิด การอุปการะเลี้ยงดู ให้การศึกษา ให้ใช้นามสกุล เป็นต้น แต่มิได้จดทะเบียนรับรองบุตร (มักนิยมเรียกว่า “บุตรนอกกฎหมายที่บิดารับโดยพฤติการณ์”)
3. สถานะทางกฎหมาย
- บุตรที่บิดาจดทะเบียนว่าเป็นบุตรมีสถานะเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายมีสิทธิหน้าที่ตามกฎหมายเท่าเทียมกับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายประเภท อันได้แก่ บุตรที่เกิดจากบิดามารดาสมรสกัน และ บุตรที่ศาลมีคำพิพากษาว่าเป็นบุตรทุกประการ
- บุตรนอกกฎหมายที่บิดารับรองแล้วยังคงเป็นที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายของบิดาเพราะบิดามิได้จดทะเบียนรับรองว่าเป็นบุตร จึงมีสิทธิหน้าที่ตามกฎหมายน้อยกว่าบุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย
4. สิทธิตามกฎหมายครอบครัว
- บุตรที่บิดาจดทะเบียนว่าเป็นบุตรมีสถานะเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายจะมีสิทธิและหน้าที่ต่อบิดามารดาตามกฎหมายครอบครัว กล่าวคือ
(ก) บุตรมีสิทธิได้รับการอุปการะเลี้ยงดูจากบิดามารดาในขณะที่ยังเป็นผู้เยาว์ ถ้ามีบุคคลใดมาทำละเมิดบิดาจนถึงแก่ความตาย บุตรย่อมมีสิทธิเรียกเอาค่าขาดไร้อุปการะตามกฎหมายจากผู้ทำละเมิดได้ ตามป.พ.พ. มาตรา 443 ว.ท้าย และ มาตรา1564
(ข) บุตรมีหน้าที่อุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา ถ้ามีบุคคลใดมาทำละเมิดบุตรจนถึงแก่ความตาย บิดามารดามีสิทธิเรียกเอาค่าขาดไร้อุปการะตามกฎหมายจากผู้ทำละเมิดได้ ตามป.พ.พ. มาตรา 443 ว.ท้าย และ มาตรา 1563,
- บุตรนอกกฎหมายที่บิดารับรองแล้วเป็นเพียงบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของบิดาจึงไม่มีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมายครอบครัว กล่าวคือ
(ก) บิดาไม่มีหน้าที่ตามกฎหมายที่ต้องอุปการะเลี้ยงดูบุตรที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ถ้ามีบุคคลใดทำละเมิดบิดาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายจนถึงแก่ความตาย บุตรนอกกฎหมายที่บิดารับรองโดยพฤติการณ์จึงไม่มีสิทธิเรียกเอาค่าขาดไร้อุปการะตามกฎหมายจากผู้ทำละเมิด
(ข) บุตรนอกกฎหมายไม่มีหน้าที่อุปการะเลี้ยงดูบิดาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ดังนั้น ถ้ามีบุคคลใดมาทำละเมิดบุตรที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายจนถึงแก่ความตาย บิดาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายไม่มีสิทธิเรียกเอาค่าขาดไร้อุปการะตามกฎหมายจากผู้ทำละเมิด
5.สิทธิตามกฎหมายมรดก
ในทางกฎหมายมรดกผู้สืบสันดานซึ่งเป็นบุตรมีสิทธิได้รับมรดกเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเป็น บุตรชอบด้วยกฎหมาย บุตรนอกกฎหมายที่บิดารับรองแล้ว และบุตรบุญธรรมดังนั้น ถ้าบิดาถึงแก่ความตาย ทั้ง บุตรที่บิดามารดาจดทะเบียนสมรสกัน บุตรที่บิดาจดทะเบียนรับรองบุตร บุตรที่ศาลมีคำพิพากษาว่าเป็นบุตร บุตรนอกกฎหมายที่บิดารับรองแล้ว รวมทั้ง บุตรบุญธรรม มีสิทธิได้รับมรดกของบิดาในส่วนเท่าๆกัน ตามป.พ.พ. มาตรา 1627
ตัวอย่างที่ 1 นายหล่อมีความสัมพันธ์กับนางสวยจนมีบุตรด้วยกันชื่อ เด็กชายเอ เมื่อนางหนึ่งคลอดบุตร นายหล่อได้ไปจดทะเบียนรับรองเด็กชายเอว่าเป็นบุตรของตนที่สำนักงานเขต/ที่ว่าการอำเภอ เด็กชายเอจึงเป็นบุตรที่บิดาจดทะเบียนรับรองว่าเป็นบุตรและเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของนายหล่อ ถ้าต่อมา นายเมาทำละเมิดนายหล่อจนถึงแก่ความตาย เด็กชายเอมีสิทธิเรียกเอาค่าขาดไร้อุปการะตามกฎหมายจากนายเมาได้ รวมทั้งมีสิทธิได้รับมรดกของนายหล่อด้วยเช่นกัน
ตัวอย่างที่ 2 นายเหลามีความสัมพันธ์กับนางใสจนมีบุตรด้วยกันชื่อ เด็กหญิงบี นายเหลาเคยพานางใสไปฝากครรภ์ ให้เด็กหญิงบีใช้นามสกุล และให้การอุปการะเลี้ยงดูตลอดมา เด็กหญิงบีเป็นบุตรนอกกฎหมายที่บิดารับรองแล้ว ไม่ใช่บุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย หากต่อมานายเหลาถูกนายเมาทำละเมิดถึงแก่ความตาย เด็กหญิงบีไม่มีสิทธิเรียกเอาค่าขาดไร้อุปการะตามกฎหมายจากนายเมา แต่อย่างไรก็ตาม เด็กหญิงบีมีสิทธิได้รับมรดกของนายเหลาไดในฐานะบุตรนอกกฎหมายที่บิดารับรองแล้ว
หวังว่า บทความนี้จะช่วยให้นักศึกษากฎหมายมือใหม่เข้าใจในความแตกต่างของบุตรทั้งสองประเภทนี้ชัดเจนยิ่งขึ้นและสามารถนำไปใช้ในการตอบข้อสอบกฎหมายได้อย่างแม่นยำนะครับ
************

